รับสมัคร 15 จังหวัด. ร่วมร่วมประกาศเจตนารมณ์ เพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) หรือความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)
จากนโยบายของประเทศที่มุ่งให้จังหวัดรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมร่วมกันกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สนับสนุนเป้าหมายแผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ พ.ศ. 2564-2573 (NDC Action Plan on Mitigation 2021-2030) ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ตระหนักถึงบทบาทและความสำคัญของจังหวัดจึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 เป็นต้นมา และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 - 2567 อบก. ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ให้ดำเนินโครงการการพัฒนาศักยภาพสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เพื่อพัฒนาแผนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด ร่วมกับ ทสจ. ทั้ง 76 จังหวัดและในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 อบก. ดำเนินการเพิ่มเติมเรื่องการสนับสนุนให้จังหวัดตั้งเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) รวมถึงการกำหนดมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกและจัดทำแผนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือแผนความเป็นกลางทางคาร์บอน อีก 12 จังหวัด เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนและดำเนินกิจกรรม/โครงการ ได้ต่อไปในอนาคต ดังนั้น เพื่อให้เกิดการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง จากการดำเนินงานโครงการการพัฒนาศักยภาพ ทสจ. ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด โดยจัดทำข้อมูลก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัดและแผนการลดก๊าซเรือนกระจก ถึงปี พ.ศ. 2573 หลังจากนั้นได้ของบประมาณสนับสนุนต่อเนื่องตามแผนการลดก๊าซเรือนกระจกจากโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) กรอบเวลาดำเนินการ 15 เดือน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568-2569 ในส่วนโครงการที่มีการพิจารณาคัดเลือกจังหวัดจะอยู่ในโครงการจัดทำแผนลดก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) หรือเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) มีเป้าหมายทำแผนการลดก๊าซเรือนกระจก จำนวน 8 จังหวัด กรอบเวลาดำเนินการ 10 เดือน ในส่วนของ อบก. ได้ดำเนินการต่อเนื่องในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในโครงการพัฒนาแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัดเพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) โดยมีเป้าหมาย จำนวน 7 จังหวัด กรอบเวลาดำเนินการ 9 เดือน รวมเป็น 15 จังหวัด ซึ่งทั้ง 2 โครงการดังกล่าวจะดำเนินงานไปพร้อมกัน ในการนี้จึงขอเชิญชวนจังหวัด (ยกเว้นกรุงเทพมหานคร และไม่รวมจังหวัดจำนวน 12 จังหวัดที่เคยเข้าร่วมโครงการพัฒนาแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัดเพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567) สมัครเข้าร่วมโครงการฯ โดยดาวน์โหลดรายละเอียดโครงการได้ที่ http://tiny.cc/vdka001 และกรอกรายละเอียดการสมัครเข้าร่วมโครงการฯ และส่งมายัง https://forms.gle/PAS1KZjVVA8Mx2bZ8 ภายในวันจันทร์ที่ 3 มีนาคม 2568 นี้เท่านั้น
เงื่อนไขการพิจารณาเข้าร่วมโครงการฯ
- พิจารณาจากหนังสือแจ้งการสมัครเข้าร่วมโครงการฯ และเอกสารแสดงเจตนารมณ์ ส่งมายัง อบก.
- พิจารณาใบสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ที่แนบผ่านลิงก์ https://forms.gle/PAS1KZjVVA8Mx2bZ8 ภายในวันที่ วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม 2568 เท่านั้น
- คะแนนการประเมินจากข้อมูลตามใบสมัครเข้าร่วมโครงการฯ
- ผลการพิจารณาประกาศแจตนารมณ์จังหวัดที่เข้าร่วมโครงการฯ ของ อบก. ถือเป็นที่สิ้นสุด
- องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โทร. 02 1419 9998 (สิริเนตร), 08 1132 4178 (ตวงกมล)
- หน่วยวิจัยเพื่อการจัดการพลังงานและเศรษฐนิเวศ (3E) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โทร. 06 3114 7365 (จิรนันท์)
19/02/2025
การประชุมสรุปผลการดำเนินงานระยะสิ้นสุดโครงการการพัฒนาศักยภาพสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เพื่อพัฒนาแผนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด
เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 นายจิรวัฒน์ ระติสุนทร รองเลขาธิการ สผ. เป็นประธานการประชุมสรุปผลการดำเนินงานระยะสิ้นสุดโครงการการพัฒนาศักยภาพสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพื่อพัฒนาแผนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด ดำเนินงานโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยมีนายรองเพชร บุญช่วยดี รองผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เจ้าหน้าที่ อบก. เจ้าหน้าที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่กองบริหารกองทุนสิ่งแวดล้อม และเจ้าหน้าที่กลุ่มตรวจสอบภายใน สผ. เข้าร่วมการประชุม จำนวน 20 คน ณ ห้องประชุม 1002 ชั้น 10 อาคารทิปโก้ 2 โดย อบก. ได้นำเสนอสรุปผลการดำเนินโครงการการพัฒนาศักยภาพสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เพื่อพัฒนาแผนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด คือรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด แผนการลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด รายงานสภาพการณ์ความเสี่ยงระดับจังหวัด และแผนปฏิบัติการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับพื้นที่ ทั้งหมด 76 จังหวัด รวมทั้งระบบ e-Learning และระบบ e-Platform ที่สามารถให้เจ้าหน้าที่ ทสจ. รายงานข้อมูลและติดตามการดำเนินกิจกรรมเพื่อลดการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกในระดับจังหวัดได้ โดยผลลัพธ์ของโครงการจะช่วยส่งเสริมให้หน่วยงานรัฐ เอกชน และภาคประชาสังคมร่วมกันขับเคลื่อนแผนไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ เพื่อช่วยให้ประเทศสามารถบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกตามแผน NDC ในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) ได้ต่อไป
2/12/2024
TGO ร่วมแถลงผลการดำเนินกลไกเครดิตร่วม พร้อมสานต่อความร่วมมือไทยญี่ปุ่น ภายใต้การประชุม COP 29
วันที่ 18 พฤศจิกายน 2567 องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO โดย ดร.ณัฐริกา วายุภาพ นิติพน รองผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และรักษาการผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ร่วมแถลงผลการดำเนินกลไกเครดิตร่วม (Joint Crediting Mechanism: JCM) ระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลญี่ปุ่น ร่วมกับผู้แทนอีกจาก 5 ประเทศ ได้แก่ ประเทศยูเครน ประเทศมองโกเลีย ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศเวียดนาม และประเทศมอลโดวา ณ Japan Pavilion ภายใต้การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 29 (COP 29) กรุงบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นให้การสนับสนุนการพัฒนาโครงการ JCM ในประเทศไทย รวมทั้งสิ้น 50 โครงการ มีโครงการได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว 11 โครงการ มีโครงการที่ได้รับการขึ้นทะเบียนและขอรับรองคาร์บอนเครดิตแล้วจำนวน 5 โครงการ และคณะกรรมการร่วม กลไกเครดิตร่วม ไทยญี่ปุ่น รับรองเอกสารประกอบโครงการที่จะพัฒนาเป็นโครงการ JCM จำนวน 3 โครงการ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา
26/11/2024
ดร.เฉลิมชัย เปิดเวที TCAC 2024 “เร่งเปลี่ยนผ่าน สานพลังภาคี สู่สังคมที่เป็นมิตรต่อภูมิอากาศ”
วันที่ 3 ตุลาคม 2567 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว. ทส.) เป็นประธานเปิดการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ครั้งที่ 3 หรือ Thailand Climate Action Conference: TCAC 2024 ภายใต้แนวคิด “เร่งเปลี่ยนผ่าน สานพลังภาคี สู่สังคมที่เป็นมิตรต่อภูมิอากาศ Accelerating the Climate Transition” โดยมีคณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เอกอัครราชทูต องค์กรระหว่างประเทศ ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ว่าราชการจังหวัด เข้าร่วมการประชุม รวมทั้ง องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO โดย นายรองเพชร บุญช่วยดี รองผู้อำนวยการ TGO ร่วมรับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจาก ดร.เฉลิมชัยฯ รมว. ทส. ในฐานะองค์กรภาคีสนับสนุนการจัดงานประชุม TCAC 2024 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายในงาน Sustainability Expo (SX)
ดร.เฉลิมชัยฯ รมว. ทส. กล่าวว่า “จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่าแผนงานและมาตรการที่ทั่วโลกดำเนินการอยู่ในขณะนี้ สามารถควบคุมอุณหภูมิโลกให้เพิ่มขึ้นไม่เกิน 2.5 – 2.9 องศาเซลเซียส ในขณะที่เป้าหมายภายใต้ความตกลงปารีสต้องควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส และมุ่งมั่นที่จะรักษาการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้ไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส หากสถานการณ์ที่อุณหภูมิโลกยังสูงขึ้นต่อเนื่อง จะก่อให้เกิดภัยธรรมชาติที่รุนแรงและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมโลกรวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพ
ด้วยเหตุนี้ทำให้ทุกภาคส่วนต้องปรับตัวเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ ซึ่งการเปลี่ยนผ่าน หรือ Transition จำเป็นต้องคำนึงถึงบริบทที่แตกต่างกันออกไป และมีการบูรณาการดำเนินงานในหลากหลายมิติ เช่น การศึกษาพัฒนาเทคโนโลยี การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อให้เกิดการเปลี่ยนผ่าน การเสริมสร้างองค์ความรู้และศักยภาพของผู้ส่วนเกี่ยวข้องให้มีความพร้อม รวมไปถึงภาคการเงินการลงทุนที่นำไปสู่กิจกรรมเพื่อการเปลี่ยนผ่านที่มีความยั่งยืน”
“ประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี ค.ศ. 2065 พร้อมการบรรลุเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ให้ได้ร้อยละ 40 จากกรณีปกติ ภายในปี ค.ศ. 2030 จึงต้องอาศัยทั้งกลไกการดำเนินงานภายในประเทศ เทคโนโลยี การเงิน ตลอดจนกลไกสนับสนุนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบและบูรณาการ โดยเฉพาะความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้วางแนวทางการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศร่วมกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง จัดทำแผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ และบูรณาการแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติเข้าสู่ระดับพื้นที่ อีกทั้งได้ริเริ่มให้จังหวัดจัดทำบัญชีการปล่อยและการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของจังหวัด ความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับพื้นที่ และจัดตั้งศูนย์ประสานงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพระดับจังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเป็นแกนกลางในการสื่อสาร สร้างความเข้าใจและความตระหนักให้กับทุกภาคส่วน”
ดร.เฉลิมชัย กล่าวต่อว่า “ในการประชุม TCAC 2024 ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงทิศทางและเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกที่มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการเตรียมการตั้งรับ ปรับตัว การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตั้งแต่ระดับนโยบาย สู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่การยกระดับการเตือนภัยพิบัติในพื้นที่เสี่ยง รวมไปถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เป็นมิตรต่อภูมิอากาศ อีกทั้งยังเป็นเวทีสะท้อนให้กับเครือข่ายประชาสังคม และเยาวชน รวมถึงมีการแสดงนิทรรศการให้ความรู้ ทั้งการดำเนินนโยบายของรัฐ เทคโนโลยีและงานวิจัยเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กลไกการเงิน โครงการความร่วมมือทวิภาคีและพหุภาคี และที่สำคัญนิทรรศการโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา ซึ่งหลังจากการประชุม ประเทศไทยจะนำผลลัพธ์ของการประชุม TCAC 2024 ไปประกาศในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 29 หรือ COP 29 ในเดือนพฤศจิกายนนี้”
“การประชุม TCAC 2024 นี้ จะเป็นการจุดประกาย และส่งต่อเจตนารมณ์ให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ล้วนเป็นกุญแจสำคัญที่จะผลักดันประเทศไทยไปสู่เป้าหมาย และรักษาโลกใบนี้ไว้ให้กับอนุชนรุ่นต่อไป
24/10/2024
ครั้งแรก! KTB-PTT ทำสัญญาอนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยง เชื่อมโยงคาร์บานเครดิต
วันที่ 24 พฤษภาคม 2566 องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO โดยนายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการ TGO ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดย นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และไทยรัฐทีวี ช่อง 32 โดย นางสาวจิตสุภา วัชรพล เจ้าหน้าที่บริหารสายงานคอนเทนต์ บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จํากัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “NET ZERO TOURISM สู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” เพื่อเผยแพร่การท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด Net Zero Tourism สู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และ Sustainable Tourism Goals (STGs) พร้อมขับเคลื่อนระบบนิเวศด้านการท่องเที่ยว ให้รองรับนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพในทุกมิติ รวมทั้งสร้างความตระหนักให้แก่ประชาชน นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการและชุมชน ให้มีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจก และพัฒนาศักยภาพเพื่อการส่ง เสริมการท่องเที่ยวร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม จากกิจกรรมการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำนำ ไปสู่การท่องเที่ยวที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ จาก TGO ททท. และไทยรัฐทีวี ร่วมเป็นสักขีพยานความร่วมมือ ณ ห้องโถงธนะรัชต์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
3/10/2023
“วราวุธ” ปลื้มผลสำเร็จ “บ้านโค้งตาบาง ป่าชุมชนแห่งแรก สู่ตลาดคาร์บอนเครดิต”
3/10/2023